Privacy policy
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“นโยบาย”) จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบถึงแนวทางของบริษัท แบริ่ง สเปเชียลลิส จำกัด (“บริษัท”) ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 03 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
ข้อ 1 บทนำ
บริษัท แบริ่ง สเปเชียลลิส จำกัด ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า ผู้ใช้งานเว็บไซต์ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริษัทมุ่งมั่นที่จะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม โปร่งใส และเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายและข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้อง
เมื่อผู้ใช้งานเข้าชมเว็บไซต์ สมัครสมาชิก สั่งซื้อสินค้า ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า หรือมีการติดต่อหรือทำธุรกรรมกับบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็น เพื่อให้สามารถให้บริการ ดำเนินการตามคำสั่งซื้อ ติดต่อสื่อสาร ปรับปรุงการให้บริการ รักษาความปลอดภัย และปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ข้อ 2 คำนิยาม
“เว็บไซต์” หมายถึง เว็บไซต์ E-Shop Bearings Specialist ซึ่งให้บริการผ่าน
https://shop.bearingsspecialist.com/
“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาซึ่งสามารถทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
“การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการเก็บรวบรวม บันทึก จัดระเบียบ จัดเก็บ ปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ใช้ กู้คืน เปิดเผย ส่งต่อ เผยแพร่ โอน รวม ลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
“เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย
“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data)” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
ข้อ 3 การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจะเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการให้บริการ โดยอาศัยฐานทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด และในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม บริษัทจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนดำเนินการดังกล่าว
วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูล
บริษัทอาจเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
- เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการสั่งซื้อ การชำระเงิน และการจัดส่งสินค้า
- เพื่อสร้าง จัดการ และดูแลบัญชีผู้ใช้งาน
- เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการ
- เพื่อให้บริการและติดต่อสื่อสารกับลูกค้า รวมถึงตอบข้อสอบถามและให้บริการหลังการขาย
- เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการออกใบกำกับภาษีและเอกสารทางบัญชีตามที่กฎหมายกำหนด
- เพื่อปรับปรุงคุณภาพสินค้า บริการ เว็บไซต์ และประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้งาน
- เพื่อรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ ระบบ และธุรกรรม รวมถึงป้องกันการทุจริตหรือการใช้งานโดยมิชอบ
- เพื่อส่งข้อมูล ข่าวสาร สิทธิประโยชน์ หรือโปรโมชั่นของบริษัท ในกรณีที่ได้รับความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนด
- เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งของหน่วยงานของรัฐ หรือคำสั่งศาล
- เพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์อื่นที่บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบในขณะที่เก็บรวบรวมข้อมูล หรือก่อนดำเนินการดังกล่าว
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม
ข้อมูลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวมขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานหรือการทำธุรกรรมของผู้ใช้งาน โดยอาจรวมถึง
- ชื่อนิติบุคคล
- ชื่อและนามสกุล
- ที่อยู่อีเมล
- ที่อยู่สำหรับจัดส่งสินค้าและ/หรือที่อยู่สำหรับออกเอกสารทางบัญชี
- หมายเลขโทรศัพท์
- ข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งซื้อและการทำธุรกรรม
- ข้อมูลอื่นที่ผู้ใช้งานให้แก่บริษัทโดยสมัครใจหรือที่จำเป็นต่อการให้บริการ
ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูล
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล และเป็นระยะเวลาที่เหมาะสม โดยทั่วไปบริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นระยะเวลาไม่เกิน 36 เดือน นับจากวันที่สิ้นสุดความสัมพันธ์หรือการให้บริการ เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลเป็นระยะเวลานานกว่านั้นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หน้าที่ทางบัญชี ภาษี หรือเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องหรือการดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามความเหมาะสม เว้นแต่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตให้เก็บรักษาต่อไป
ข้อ 4 การเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม
บริษัทอาจเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานแก่บุคคลภายนอกหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องเท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ การให้บริการ และการปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้
ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเปิดเผยข้อมูล เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้บริษัทดำเนินการได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอม
บุคคลภายนอกหรือผู้ให้บริการที่บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้ อาจรวมถึง
- ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน เช่น โอมิเซะ หรือผู้ให้บริการระบบชำระเงินรายอื่นที่บริษัทเลือกใช้ เพื่อดำเนินการรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ
- บริษัทขนส่งและผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ เพื่อดำเนินการจัดส่งสินค้าและคำสั่งซื้อ
- ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบเว็บไซต์ ระบบโฮสติ้ง หรือระบบที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เท่าที่จำเป็นต่อการดำเนินงานของบริษัท
- ผู้ให้บริการหรือคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลเพื่อให้บริการแก่บริษัทหรือผู้ใช้งาน
- หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย ในกรณีที่บริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานที่มีอำนาจ
บริษัทจะดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อให้บุคคลภายนอกหรือผู้ให้บริการที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และใช้ข้อมูลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
ข้อ 5 การใช้คุกกี้ (Cookies)
เว็บไซต์อาจใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพื่อช่วยให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างเหมาะสม จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้งาน วิเคราะห์การใช้งานเว็บไซต์ และปรับปรุงประสิทธิภาพและประสบการณ์การใช้งาน
ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าหรือปฏิเสธการใช้คุกกี้ผ่านการตั้งค่าของเว็บเบราว์เซอร์ได้ อย่างไรก็ตาม การปิดใช้งานคุกกี้บางประเภทอาจส่งผลให้ฟังก์ชันหรือการทำงานบางส่วนของเว็บไซต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์
ทั้งนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้คุกกี้สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก นโยบายคุกกี้ (Cookie Policy) ของบริษัท
ข้อ 6 การถอนความยินยอม
ในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยความยินยอม ผู้ใช้งานมีสิทธิถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยสามารถแจ้งความประสงค์เป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
อีเมล: [email protected]
การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้ดำเนินการไปแล้วก่อนการถอนความยินยอม และในบางกรณี การถอนความยินยอมอาจส่งผลให้บริษัทไม่สามารถให้บริการบางประเภทแก่ผู้ใช้งานได้
ข้อ 7 สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน ได้แก่
- สิทธิในการถอนความยินยอม สำหรับการประมวลผลข้อมูลที่อาศัยความยินยอมเป็นฐานทางกฎหมาย
- สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน
- สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์
- สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิในการขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิในการขอรับหรือขอให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่กฎหมายกำหนด
- สิทธิในการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ หากเห็นว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทไม่เป็นไปตามกฎหมาย
การใช้สิทธิดังกล่าวอาจอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทจะพิจารณาและดำเนินการตามคำขอภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
ข้อ 8 การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมทั้งในด้านเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข การเปิดเผย หรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยมิชอบ
มาตรการดังกล่าวอาจรวมถึงการกำหนดสิทธิและระดับการเข้าถึงข้อมูล การรักษาความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ และการใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสหรือ SSL/TLS สำหรับการรับส่งข้อมูลผ่านเว็บไซต์ตามความเหมาะสม
บริษัทจะทบทวนและปรับปรุงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอ
ช่องทางการติดต่อ
หากผู้ใช้งานมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือประสงค์จะใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อบริษัทได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท แบริ่ง สเปเชียลลิส จำกัด
เลขที่ 2 ซอยสะแกงาม 30 แยกที่ 1 ถนนสะแกงาม
แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 10150
โทรศัพท์: 02-840-0065
อีเมล: [email protected]
